หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

รู้ทันหุ้นกับพี่เม่า

ประกาศโปรดทราบ ^^
หนังสือซีรีย์พี่เม่า ได้ออกวางแผงแล้วจ้า
เล่มนี้เม่าค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ขึ้น (แต่ยังเป็นเม่าอยู่) และมีเนื้อหาสาระเพิ่มขึ้น แน่นขึ้นกว่าที่อ่านในบล็อกจ้า ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ซื้ออ่านเองหรือซื้อฝากลูกฝากหลานก็ได้ค่ะ อิอิ ขอบคุณทุกท่านค่ะ
หาซื้อได้ที่ซีเอ็ดทุกสาขา และตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ ราคาเล่มละ 200 บาท
หรือซื้อผ่านเว็บซีเอ็ดได้ลด 5% ค่ะ

 



วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ขอเชิญร่วมโหวตบล็อกแมลงเม่าในงาน Thailand Blog Awards 2013

ปีนี้พี่เม่าได้ส่งตัวเองเข้าประกวด Thailand blog award 2013
ขอเชิญทุกท่านช่วยกันโหวตบล็อกพี่เม่าให้ผ่านเข้ารอบหน่อยนะจ๊า ^^

โหวตได้ตามลิงก์นี้เลย (โหวตได้ทุกวันวันละหนึ่งครั้ง จนถึงวันที่ 6 ตค จ้า)
http://www.thailandblogawards.com/entry/view/341

 

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

เรียนรู้ลงทุนกับ ก.ล.ต. :: รู้จักกองทุนรวม

Step แรกของการลงทุนของหลายๆ ท่านคือการลงทุนผ่านกองทุนรวม
 
กองทุนรวม คือ การลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ผู้ลงทุนหลายๆ คนนำเงินลงทุนมารวมกัน และมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการลงทุน และได้รับใบอนุญาตในการบริหารจัดการกองทุนรวมจาก ก.ล.ต.
 
บลจ. ทำหน้าที่บริหารกองทุนรวมให้เกิดดอกออกผล โดยนำเงินลงทุนของกองทุนรวมไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนรวมนั้น  โดยผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวมอาจเป็นในรูปเงินปันผล (กรณีกองทุนรวมมีนโยบายจ่ายเงินปันผล) หรือ กำไรส่วนเกินทุน (กรณีที่มูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นและผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุน)
 
ข้อดีของการเลือกลงทุนในกองทุนรวม
  • มีมืออาชีพ คือ บลจ. บริหารเงินให้เรา โดย บลจ. จะมีผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้และประสบการณ์ทำหน้าที่ในการดูแลเงินลงทุน จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง
  •  
  • มีการกระจายความเสี่ยงนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่หลากหลาย
  •  
  • มีเงินน้อยก็ลงทุนได้ บางกองทุนรวมมีเงินเพียงหลักพันบาทก็เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมได้
  •  
  • มีสภาพคล่อง (กรณีกองทุนเปิด) ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนได้ตามเวลาที่ บลจ.กำหนด
  •  
  • มีช่องทางในการซื้อขายที่หลากหลาย เช่น ผ่านตัวแทนขายของ บลจ. ผ่าน ATM ผ่าน internet เป็นต้น

ข้อจำกัดของการลงทุนในกองทุนรวม
  • ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่สามารถเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนเป็นรายตัวได้ เช่น หากรู้สึกไม่ชอบหุ้นของบางบริษัทที่กองทุนรวมเลือกลงทุนก็ต้องยอบรับการตัดสินใจลงทุนของผู้จัดการกองทุนนั้นๆ
  •  
  • กองทุนรวมมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนรวม แม้จะไม่มีการซื้อขายหน่วยลงทุนเพิ่มในช่วงเวลาที่ลงทุนก็ตาม(ต่างจากกรณีที่ลงทุนโดยตรงผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย หรือ Brokerage fee เฉพาะเมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายเท่านั้น)
สำหรับคนที่อยากลงทุนแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี การลงทุนผ่านกองทุนรวมก็เป็นทางเลือกที่ดี สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์และเวลาค่ะ ^^




วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

ทุนนิยม

ในระบบทุนนิยม ที่มี"เงิน"เป็นพลังงานขับเคลื่อน และการแข่งขันอย่างเสรี ผู้ขยันทำงานก็ได้ผลตอบแทนอย่างงามเป็นรางวัล แต่แท้ที่จริงแล้ว ผู้ที่อยู่ใต้ระบบนี้จะต้องทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อแลกกับเงินเพื่อประทังชีวิต เหมือนหนูที่อยู่ในกรง กินอาหารดีๆ แต่ต้องถีบจักรตลอดเวลาให้กับนายทุน

ซึ่งการจะหลุดออกจากวงโคจรนี้ได้ แนวทางหนึ่งคือการมี passive income คือรายรับที่เราไม่ต้องเหนื่อยทำงาน คือการเป็นอิสระทางการเงินนั่นเอง
แต่การได้มาซึ่ง passive income บางอย่างนั้น ก็ยังอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยมเหมือนกันนะจะบอกให้



 

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรียนรู้ลงทุนกับ ก.ล.ต. :: ข่าวลือข่าวลวง

หนึ่งในเหตุผลที่นำมาซึ่งผลขาดทุนของนักลงทุนทั้งหลายคือ การซื้อขายตาม “ข่าวลือ”

ข่าวลือ คือข่าวที่พูดกันทั่วไป แต่ยังไม่มีอะไรยืนยันได้แน่นอน ซึ่งในทางการเงิน ความไม่แน่นอนคือความเสี่ยง

ข่าวลือในตลาดหุ้นมีสารพัดเรื่อง เช่น จะมีการเพิ่มทุน จะแจกใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrant) จะประมูลโครงการใหญ่สำเร็จ จะซื้อหรือควบรวมกิจการ เป็นต้น ถ้าผู้ลงทุนหลงเชื่อในสิ่งที่ได้ยินทุกเรื่อง โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนซื้อขายหุ้นตัวใดก็ตาม มีโอกาสที่จะขาดทุนมากกว่าโอกาสที่จะได้กำไรแน่นอน

หลายครั้งที่นักลงทุนได้รับข้อมูลจากการบอกต่อกันมา โดยอ้างว่ามีแหล่งที่มาจากคนในบริษัทนั้นๆ อินไซด์สุด ๆ มักจะใช้คำพูดว่า “ข่าวจากคนในเลยนะเนี่ย” “ข่าวอินไซด์ รู้กันไม่กี่คนหรอก” เช่น มีข่าวว่าบริษัท A กำลังจะได้งานประมูลชิ้นใหญ่ ซึ่งจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ (อย่าเพิ่งเคลิ้ม เพราะเป็นแค่เรื่องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเท่านั้น) ซึ่งอนาคตจะเป็นจริงตามข่าวหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ

สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ คนที่ได้รับข่าวนั้นก็แห่กันเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทนั้น  เพื่อเก็งกำไร  ซึ่งตามหลักอุปสงค์อุปทาน  เวลาที่มีคนต้องการหุ้นตัวใดมาก ๆ จะเกิดการแย่งกันซื้อ ราคาจะดีดตัวสูงกว่าความเป็นจริง แต่ในเวลาต่อมา ก็มีข่าวใหม่ออกมาอีกว่าไม่ได้งานประมูลแล้วผลก็คือราคาร่วงกลับมาที่เดิม คนที่หลงเข้าไปซื้อตอนราคาสูงก็เกิดอาการ “ติดดอย” กันถ้วนหน้า

ดังนั้น หากใครเขามาปล่อยข่าว(ดี) แบบนี้ ให้เช็คข้อมูลให้ดีเสียก่อน  เพราะเขาคนนั้นอาจจะซื้อหุ้นของบริษัทตุนไว้จนเต็มพอร์ตแล้วแล้วค่อยมาสร้างข่าวว่าหุ้นตัวนั้นจะดี เพื่อให้รุมกันซื้อและราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นจนเป็นที่พอใจ แล้วเขา(คนเดิม) ก็จะขายทำกำไร

ในส่วนของ ก.ล.ต. มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบ หากพบว่าผู้ใดมีพฤติกรรมการปล่อยข่าวเท็จที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าราคาหุ้นจะสูงขึ้นหรือต่ำลง หรือผู้ใดก็ตามที่ซื้อขายหุ้นในลักษณะที่นำไปสู่สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผิดปกติจนทำให้คนอื่นหลงผิด ผู้นั้นอาจเข้าข่ายมีความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินไม่น้อยกว่า 2 เท่าของผลประโยชน์ที่ได้รับ

ถึงแม้ทางการจะมีมาตรการที่เข้มงวดขนาดไหน  ผู้ลงทุนควรต้องปกป้องตนเอง โดยการไม่หลงเชื่อข่าวลือง่ายๆ  ควรใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวและหาทางตรวจสอบความถูกต้องของข่าวนั้น ๆ ด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เชื่อข่าวลือแบบปากต่อปาก แต่แหล่งข่าวที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ก็ยังเคยเสนอข่าวผิดหลายครั้ง แหล่งข้อมูลที่จะช่วยยืนยันได้ว่าข่าวนั้นเป็น ข่าวลือ หรือ ข่าวกรอง ก็คือเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th และเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  www.set.or.th ถึงอาจจะไม่รวดเร็วทันใจดุจข่าววงใน แต่ก็เชื่อถือได้แน่นอน

พึงระลึกไว้เสมอว่า ตกรถดีกว่าติดดอย นะจ๊ะ