หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ jas แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ jas แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

Valuation ที่ถูกต้อง

โธ่ มัวแต่เสียเวลาหา Valuation ตั้งนาน ><

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

สงครามคลื่นความถี่



#แจ๊สแถลงแล้ว

สรุปว่าที่ไม่เอาตังค์มาจ่ายเพราะ ผู้ประกอบการรายใหญ่#แห่งหนึ่ง ของประเทศจีน (ซึ่งสนใจร่วมลงทุนในแจสโมบาย และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ #แห่งใหญ่ ของประเทศจีน) ติดข้อจำกัดเอาหนังสือค้ำประกันมาให้ไม่ทัน จะได้ช่วงเมษา แต่ในสัญญาบอกให้จ่ายใน 90 วันเป๊ะ

(พันธมิตรก็ยังคงลึกลับต่อไป ลึกลับกว่าตัวจริงของสไปรเดอร์แมน และจะสื่อว่าจ่ายได้นะ มีพันธมิตร พันธมิตรก็มีตังค์ แต่คือไม่ทันไง เลยไม่เอาก็ด้ะ)

ผลกระทบก็คงถูกริบเงิน 644 ล้านแค่นั้นแหละ เพราะในสัญญาไม่ได้บอกว่าต้องรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้

โดยระบุไว้แต่เพียงว่า “ในกรณีที่ผู้ชนะการประมูลไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก่อนรับใบอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ชนะการประมูลนั้นสละสิทธิท่ีจะได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ตาม ประกาศ กสทช. และคณะกรรมการสงวนสิทธิที่จะริบหลักประกันการประมูล"

โอเคจบนะ กสทช. จะมาเพิกถอนใบอนุญาตอื่นๆ อะไร ไม่ได้เขียนไว้นิ

ส่วน 6 ร้อยกว่าล้านที่ยึดไปก็ไม่ระคายผิว คิดเป็น 1.27% ของสินทรัพย์รวมเอง

จบแบบสวยๆ ถลอกนิดหน่อย ย้ำว่าแค่ถลอก

อ่านแถลงการณ์เต็มๆ ที่
http://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=14586038374471&language=th&country=TH

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

เมื่อJASจะซื้อหุ้นคืน



วันนี้เป็นข่าวครึกโครม เมื่อ JAS ประกาศจะซื้อหุ้นคืน 20%
แถมกำหนดราคาไว้ประมาณ 5 บาท/หุ้น (ราคายังไม่แน่นอนต้องเอาเข้าที่ประชุมก่อน)

ต้องเล่าก่อนว่าการซื้อหุ้นคืนของบริษัทมหาชนมี 2 แบบ
1. แบบค่อยๆ ซื้อคืนในตลาด
2. แบบเสนอซื้อคืนจากผู้ถือหุ้น

ซึ่งแบบแรกนิยมทำกันในกรณีซื้อคืนไม่เกิน 10% JAS เคยมีโครงการซื้อหุ้นคืนเมื่อสองปีก่อน ก็ใช้วิธีนี้
แต่ถ้าเกิน 10% ตามกฏหมายให้เสนอซื้อคืนจากผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งงวดนี้จะต้องใช้วิธีนี้

หลายคนกังขาว่ามีหุ้นอยู่น้อย เค้าจะมารับซื้อคืนจากเรามั้ย
ตามกฏหมายแล้วบริษัทจะต้องส่งคำเสนอซื้อให้ผู้ถือหุ้นทุกคน ซึ่งถ้ามีคนขายคืนเยอะเกิน ก็ต้องรับซื้อตามสัดส่วนกันไป (สรุปคือได้ขายทุกคน มากน้อยแล้วแต่)

แล้ว JAS ทำไปเพื่ออะไร ?
เนื่องจาก JAS มีสภาพคล่องส่วนเกินเยอะ (ไม่เอาไปจ่ายค่า 4G หรอ หนูสงสัย)
ถ้าไปดูงบการเงินล่าสุดจะเห็นว่ามีเงินสดอยู่ 7 พันกว่าล้าน
และการรับซื้อหุ้นคืนงวดนี้วางงบไว้ 6 พันล้าน

โดยการซื้อหุ้นคืนงวดนี้ JAS แจ้งวัตถุประสงค์มาสองข้อ
1. เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)
2. ส่งสัญญาณแก่นักลงทุนถึงสถานะการเงินอันแข็งแกร่งของบริษัท

แล้วผู้ถือหุ้นอยู่ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบยังไง
1.ตามหลักของการซื้อหุ้นคืนทั่วไป ผู้ถือหุ้นก็จะได้เงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้นเพราะตัวหารน้อยลง
(ตามกฏหมาย หุ้นที่บริษัทถืออยู่จะไม่นับเป็นองค์ประชุมถือหุ้น ไม่มีสิทธิออกเสียง และสิทธิรับปันผล)
2. ราคามาสิคะ ใครติดดอย 5 บาทอยู่แต่งตัวเตรียมลงดอยเลยจ้ะ ดอยสูงกว่านั้นไม่รับประกันผล

แล้วค่าไลเซ่น 4G จะอะไรยังไง แล้ว JAS จะหาเงินที่ไหนมาจ่าย กำหนดจ่ายวันที่ 21 มีนานี้แล้ว ?
#ใครมีไลน์คุณพิชญ์ฝากไลน์ไปถามหน่อยค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มาไม้ไหน..ภาค 2 ?

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกท่าน สารคดีชีวิตสัตว์โลกตอนนี้เป็นภาคต่อของ ตอน มาไม้ไหน http://www.maoinvestor.com/2011/03/blog-post_27.html

หลังจากน้องเม่านั่งรถแจ๊สแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป ติดตามได้ในการ์ตูนนะคะ (คาดว่าหลายคนคงเดาตอนจบได้แล้ว)

การลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นที่เกินมูลค่าไปมาก นักลงทุนยิ่งต้องระวังนะคะ เม่าเพิ่งเคยเข้ามาเล่นในตลาดหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งมีโอกาสได้เห็นปรากฎการณ์ทุบติด floor เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา กับหุ้นตัวหนึ่งที่โดนเทขายทุกราคาจนลงไป 25% ที่เคยขึ้นๆมาหลายไม้เมื่อไม่กี่วันก่อนคืนกลับหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง น่ากลัวมากกกกก O_o' เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งตลาด จนถึงตอนนี้ผ่านมา 2 วันนั่งวิเคราะห์ดูดิฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้โดนเทขายเยอะขนาดนั้น แต่เห็นเขาว่าพฤติกรรมแบบนี้ก็เคยเกิดกับหุ้นตัวนี้มาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ
(โปรดดูกราฟประกอบความสยองขวัญ)



ให้กำลังใจทุกท่านที่ถือตัวนี้นะคะ สู้ต่อไปค่า ^_^



วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554

มาไม้ไหน...?

การ์ตูนตอนนี้สำหรับเพื่อนๆ หลายคนที่กำลังลงทุนแนว VI อยู่


การลงทุนแนว VI (Value investment) คือ การลงทุนโดยการศึกษาหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น และเข้าซื้อหุ้นในจังหวะที่หุ้นมีราคาต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น นักลงทุนจะถือหุ้นดังกล่าวไปจนกว่าพื้นฐานหุ้นจะเปลี่ยน หรือขายหุ้นเมื่อคิดว่าตนเองได้กำไรจากหุ้นตัวนั้นมากเพียงพอแล้ว


บางคนอาจจะคิดว่าซื้อหุ้นตามเซียนจะไม่ขาดทุน เพราะเซียนเลือกหุ้นไว้ดีแล้ว แต่ในความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้น

เนื่องจากการซื้อหุ้นแนว VI ส่วนใหญ่ก็จะมี VI รุ่นต่อไปมาซื้อต่อ เพราะคิดว่าเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี แต่ลืมคิดไปว่า Margin of Safty (MOS) ค่อยๆ ลดลงไป ซึ่งถ้าเราไม่ใช่ VI ไม้แรกๆ หรือ เป็นไม้ 2 หรือไม้ 3 แต่เป็น VI ไม้ปลายๆ โอกาสที่จะติดดอยหรือขาดทุนก็มีเยอะเหมือนกัน ยิ่งหุ้น VI ที่มีการเล่นข่าวมากๆ อาจมีนักเก็งกำไรเข้ามาร่วมด้วยช่วยปั่น ทำให้หุ้นมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่อ้างอิงจากพื้นฐานเดิม (พื้นฐานไม่สามารถเปลี่ยนได้ในระยะเวลาชั่วข้ามคืน)

หุ้นบางตัวขึ้นไปเต็มมูลค่าจากข่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการตามข่าวที่ปล่อยออกมาเลย นักลงทุนจึงควรระวังให้มาก สำหรับการเข้าหุ้น VI ในจังหวะที่ร้อนแรงเกินไปนะคะ ^_^

ขอขอบคุณคอนเซปการลงทุนแนวเน้นคุณค่าจาก http://www.thaivi.org/





ติดตามอ่าน มาไม้ไหน ภาค2 ได้ที่นี่จ้า --> http://www.maoinvestor.com/2011/05/2.html