หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Positive Thinking


ในหนังสือจิตวิทยาหลายเล่ม มีการกล่าวถึง "พลังแห่งการคิดบวก"  เป็นต้นว่า การคิดบวกจะนำพาเราสู่ความสำเร็จ  หลายท่านอาจนึกค้านในใจว่า แค่คิดบวกจะสำเร็จได้จริงหรือ

จริงๆ แล้วการคิดบวกท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายๆ ก็ช่วยปลอบประโลมใจ ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น และสามารถสู้ชีวิตต่อไปได้ เมื่อเราไม่พ่ายแพ้ต่อชะตาชีวิต กัดฟันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จึงทำให้เราประสบความสำเร็จได้

ในแง่การลงทุน นักลงทุนเกือบทุกท่านคงเคยผ่านประสบการณ์การลงทุนที่เลวร้ายมาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ สิ่งที่จะช่วยให้เราไม่ทุกข์ทรมานเกินไปเมื่อเจอเหตุการณ์หนักๆ ก็คิอ "การคิดบวก"

ขอให้พลังแห่งการคิดบวกจงสถิตอยู่กับนักลงทุนทุกท่านเหมือนพี่เม่าในตอนนี้ :-)



วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

Engagement

อาจจะมีนักลงทุนบางท่าน ที่ถือหุ้นสักตัวมาเป็นระยะเวลานานๆ (กว่าที่คิดไว้ตอนแรก) ด้วยคาดหวังว่ามันจะเป็นไปตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ในสักวัน ระยะเวลาและหนทางแห่งการรอคอยที่แสนยาวนานและเต็มไปด้วยความฝันและความหวังนั้น บางครั้งก็เจ็บปวด ไม่ได้ผลตอบแทนอย่างที่วางแผนไว้ แต่ด้วยอีโก้มั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเอง หรือความผูกพัน หรือแรงยุจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะสาเหตุใด เราเลือกที่จะ "ถือต่อ"

ในวันที่หุ้นมีข่าวร้ายประดังเข้ามามากมาย ก็พลันมีวลี "ข่าวร้ายต้องซื้อเพิ่ม" เข้ามาในหัว เช่นนี้แล้ว เจ้าหุ้นตัวนี้ก็ยังคงนอนอยู่ในพอร์ตเรา แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน หุ้นตัวอื่นหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาและจากไปหลายรอบ แต่เจ้าหุ้นตัวนี้ก็ยังอยู่กับเราไม่ไปไหน ทรงกับทรุดอยู่เคียงข้างเรา

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ความทุกข์ก็สิ้นสุดลง ไม่ใช่ว่าหุ้นขึ้นตามเป้าหมาย แต่เป็นเพราะเราทำใจได้แล้วว่าสิ่งที่เราคาดหวังไว้เป็นเพียงภาพลวงตาจากอนาคต(อาจจะอีกหลายสิบปีข้างหน้า) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในเร็ววันนี้แน่นอน แต่การจะคัทลอทออกไปในตอนนี้ก็เหมือนเป็นเรื่องไม่จำเป็นแล้ว บางครั้งเราก็มีความสุข เพลิดเพลินไปกับการได้เห็นการค่อยๆ ไต่ราคากลับมาอย่างเชื่องช้าของหุ้นตัวนี้อย่างใกล้ชิดทุกๆ วันที่เปิดพอร์ต

เพราะฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกันได้ขนาดนี้...จนทำใจได้แล้ว เราก็เลยเลือกที่จะถือต่อ
แต่ดันลืมไปว่า...พายุมักเกิดในฤดูมรสุม และในฤดูมรสุม การก่อตัวของพายุไม่ได้มีเพียงลูกเดียว

ปล. การ์ตูนตอนนี้ใช้ทุนสร้างสูงมาก หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย T_T




วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

กลยุทธ์ถัวเฉลี่ย

นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นมาได้สักพัก คงจะต้องเคย "ซื้อถัว" คือการซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มเข้าไป เช่นในครั้งแรก ซื้อหุ้น AAA ราคา 10 บาท จำนวน 1000 หุ้น ต่อมา หุ้น AAA ปรับตัวลดลงเหลือ 8 บาท จึงทำการซื้อเพิ่มอีก 1000 หุ้น ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 9 บาท

ซึ่งกลยุทธ์ถัวเฉลี่ยนี้มีการกล่าวถึงในหนังสือการลงทุนหลายเล่ม แต่การลงทุนแนวเทคนิคจะกล่าวอย่างหนึ่ง ส่วนการลงทุนแนวแนวเน้นคุณค่าจะกล่าวอีกอย่างหนึ่ง หากนักลงทุนยังไม่สามารถหาสไตล์การลงทุนของตัวเองเจอ อ่านเข้าไปมากๆ ก็อาจสับสนได้

เพราะการลงทุนแนวเทคนิคเป็นการเล่นตาม Trend ขาขึ้น จึงจะไม่มีการถัวเฉลี่ยขาลง แต่ใช้การ Cut loss แทน เมื่อหุ้นมีราคาลดลง ถือเป็นการเลือกหุ้นผิดตัว แต่อาจจะมีการถัวเฉลี่ยขาขึ้นได้ แม้จะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมต้นทุนเฉลี่ยก็ยังต่ำกว่าราคาตลาด

สำหรับการลงทุนแนวเน้นคุณค่า การซื้อหุ้นจะเลือกหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมในขณะนั้นภายใต้ความเชื่อที่ว่า ในระยะยาวราคาหุ้นจะสะท้อนความเป็นจริง บ่อยครั้งที่นักลงทุนแนว VI ซื้อหุ้นแล้วหุ้นปรับตัวลงไปอีก เนื่องจากช่วงที่หุ้นมีมูลค่าต่ำกว่าราคาเหมาะสมนั้น ในทางเทคนิคมักเป็น Trend ขาลง ซึ่งไม่มีใครรู้จุดต่ำสุดของมัน แต่ถ้านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในกิจการ เมื่อราคายังต่ำกว่าราคาเหมาะสม ก็ทำการซื้อเฉลี่ยได้ (ทั้งขาขึ้นและขาลง) แต่การซื้อเฉลี่ยขาลงก็ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะเราเองไม่ใช่เจ้าของกิจการที่แท้จริงแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น ที่อาจไม่ทราบข่าววงใน หรือการวิเคราะห์ราคาเหมาะสมของเราอาจจะผิดก็ได้ เพราะหุ้นบางตัวเมื่อลงมาแล้ว ผ่านไปหลายสิบปีก็ยังไม่สามารถกลับไปยังราคาเดิมได้อีกเลย

ในแง่ของสุขภาพจิต การซื้อเฉลี่ยขาลง แม้ทำให้ต้นทุนต่ำลงก็จริง แต่เราก็ยังต้องเฝ้าดูพอร์ตแดงด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยไม่รู้ว่าก้นบึ้งมันอยู่ที่ไหน (หรืออาจจะไร้ก้นบึ้งเลยก็ได้) ในจังหวะหนึ่ง เราจะสูญเสียความมั่นใจ เกิดจินตนาการในทางลบ อาจจะแย่จนกระทั่งถือต่อไม่ไหว ในทางกลับกัน การซื้อเฉลี่ยขาขึ้น แม้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ก็ชื่นใจทุกครั้งที่เปิดดู มีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป

อ่านการ์ตูนตอนนี้จบแล้ว คุณเลือกที่จะซื้อเฉลี่ยขาขึ้นหรือขาลงคะ :-) ? 




วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การลาออกครั้งสุดท้าย

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทางด้านการลงทุน บางท่านอาจเพียงต้องการรายได้เสริมที่นอกเหนืองานประจำ แต่คนอีกจำนวนมากต้องการใช้การลงทุนเป็นบันไดขั้นแรกในการก้าวไปสู่อิสระทางการเงิน

การลาออกจากงานประจำมาเป็นเจ้านายตัวเองนั้นไม่ยาก แต่การจะบริหารเงินอย่างไรให้มีเงินมาจ่ายค่าจ้างให้ตัวเองทุกๆ วันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนให้ดี แม้พนักงานทุกท่านจะตระหนักดีว่าเงินเดือนอันน้อยนิดที่บริษัทจ่ายให้ท่าน เทียบไม่ได้กับผลกำไรที่ท่านสร้างให้บริษัท แต่หลายๆ ท่านก็ยังเลือกที่จะอยู่ในระบบ เพราะการก้าวออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน นอกจากต้องอาศัยความกล้าแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงเข้าไปด้วย

หลายๆ ท่านที่ก้าวออกมา แล้วก็ต้องกลับเข้าไป...

ในช่วงนี้หุ้นค่อนข้างเป็นขาขึ้น ท่านที่เป็นทั้งมนุษย์เงินเดือนและนักลงทุน อาจมีความมั่นใจในการซื้้อขายของตนเองในระดับหนึ่ง หลายท่านอาจมีความคิดที่อยากเป็นอิสระจากงานประจำ แต่อยากให้การ์ตูนตอนนี้เป็นอีกมุมมองหนึ่ง ให้ท่านพิจารณาให้รอบคอบก่อนจะออกมาเทรดเต็มเวลา เพราะว่าหุ้นไม่ได้เป็นขาขึ้นตลอด ถ้ายังไม่เก่งจริงและพอร์ตยังไม่ใหญ่จริง การเล่นหุ้นแบบ Full time ก็แทบไม่ต่างอะไรจากงาน office เพราะต้องเฝ้าจอตลอดในช่วง 9.30-17.00 น. แถมอาจมีความเครียดสูงกว่าการทำงานกินเงินเดือนมาก เนื่องจากทุกการตัดสินใจเป็นเงินของเราเอง ความสุขจากอิสระแลกกับความเครียดความกดดันทุกๆ วันจะยังคุ้มหรือเปล่า รวมถึงการจัดสรรเงินลงทุน หากพอร์ตเรายังไม่ใหญ่ การเทรดเพื่อดำรงชีพบีบให้เราต้องซื้อๆ ขายๆ ถี่เกินไป อาจทำให้กำไรที่ได้หมดไปกับค่า commission ก็ได้นะคะ

แต่สำหรับท่านทีประสบความสำเร็จในการก้าวออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน ท่านจงภูมิใจว่าท่านได้ก้าวไปอยู่ในจุดที่นักลงทุนมือสมัครเล่นหลายๆ คนใฝ่ฝัน สุดยอดไปเลยค่ะ :-)

ขอบคุณเจ้าของ blog enjoy-trading.blogspot.com สำหรับแรงบันดาลใจในการ์ตูนตอนนี้นะคะ








วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เสื้อ maoinvestor 2012 เปิดให้สั่งจองแล้วจ้า

เสื้อ maoinvestor 2012 เปิดให้สั่งจองแว้ววววว



สนใจสั่งจองได้ที่นี่จ้า (Tab สั่งเสื้อ 2012 ด้านบนก็ได้)
http://www.maoinvestor.com/p/2012.html

ขอบคุณมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านที่ให้การอุดหนุนผลงานนะคะ ^^