หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

กลยุทธ์ถัวเฉลี่ย

นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นมาได้สักพัก คงจะต้องเคย "ซื้อถัว" คือการซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มเข้าไป เช่นในครั้งแรก ซื้อหุ้น AAA ราคา 10 บาท จำนวน 1000 หุ้น ต่อมา หุ้น AAA ปรับตัวลดลงเหลือ 8 บาท จึงทำการซื้อเพิ่มอีก 1000 หุ้น ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 9 บาท

ซึ่งกลยุทธ์ถัวเฉลี่ยนี้มีการกล่าวถึงในหนังสือการลงทุนหลายเล่ม แต่การลงทุนแนวเทคนิคจะกล่าวอย่างหนึ่ง ส่วนการลงทุนแนวแนวเน้นคุณค่าจะกล่าวอีกอย่างหนึ่ง หากนักลงทุนยังไม่สามารถหาสไตล์การลงทุนของตัวเองเจอ อ่านเข้าไปมากๆ ก็อาจสับสนได้

เพราะการลงทุนแนวเทคนิคเป็นการเล่นตาม Trend ขาขึ้น จึงจะไม่มีการถัวเฉลี่ยขาลง แต่ใช้การ Cut loss แทน เมื่อหุ้นมีราคาลดลง ถือเป็นการเลือกหุ้นผิดตัว แต่อาจจะมีการถัวเฉลี่ยขาขึ้นได้ แม้จะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมต้นทุนเฉลี่ยก็ยังต่ำกว่าราคาตลาด

สำหรับการลงทุนแนวเน้นคุณค่า การซื้อหุ้นจะเลือกหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมในขณะนั้นภายใต้ความเชื่อที่ว่า ในระยะยาวราคาหุ้นจะสะท้อนความเป็นจริง บ่อยครั้งที่นักลงทุนแนว VI ซื้อหุ้นแล้วหุ้นปรับตัวลงไปอีก เนื่องจากช่วงที่หุ้นมีมูลค่าต่ำกว่าราคาเหมาะสมนั้น ในทางเทคนิคมักเป็น Trend ขาลง ซึ่งไม่มีใครรู้จุดต่ำสุดของมัน แต่ถ้านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในกิจการ เมื่อราคายังต่ำกว่าราคาเหมาะสม ก็ทำการซื้อเฉลี่ยได้ (ทั้งขาขึ้นและขาลง) แต่การซื้อเฉลี่ยขาลงก็ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะเราเองไม่ใช่เจ้าของกิจการที่แท้จริงแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น ที่อาจไม่ทราบข่าววงใน หรือการวิเคราะห์ราคาเหมาะสมของเราอาจจะผิดก็ได้ เพราะหุ้นบางตัวเมื่อลงมาแล้ว ผ่านไปหลายสิบปีก็ยังไม่สามารถกลับไปยังราคาเดิมได้อีกเลย

ในแง่ของสุขภาพจิต การซื้อเฉลี่ยขาลง แม้ทำให้ต้นทุนต่ำลงก็จริง แต่เราก็ยังต้องเฝ้าดูพอร์ตแดงด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยไม่รู้ว่าก้นบึ้งมันอยู่ที่ไหน (หรืออาจจะไร้ก้นบึ้งเลยก็ได้) ในจังหวะหนึ่ง เราจะสูญเสียความมั่นใจ เกิดจินตนาการในทางลบ อาจจะแย่จนกระทั่งถือต่อไม่ไหว ในทางกลับกัน การซื้อเฉลี่ยขาขึ้น แม้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ก็ชื่นใจทุกครั้งที่เปิดดู มีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป

อ่านการ์ตูนตอนนี้จบแล้ว คุณเลือกที่จะซื้อเฉลี่ยขาขึ้นหรือขาลงคะ :-) ? 




วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การลาออกครั้งสุดท้าย

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่สนใจทางด้านการลงทุน บางท่านอาจเพียงต้องการรายได้เสริมที่นอกเหนืองานประจำ แต่คนอีกจำนวนมากต้องการใช้การลงทุนเป็นบันไดขั้นแรกในการก้าวไปสู่อิสระทางการเงิน

การลาออกจากงานประจำมาเป็นเจ้านายตัวเองนั้นไม่ยาก แต่การจะบริหารเงินอย่างไรให้มีเงินมาจ่ายค่าจ้างให้ตัวเองทุกๆ วันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนให้ดี แม้พนักงานทุกท่านจะตระหนักดีว่าเงินเดือนอันน้อยนิดที่บริษัทจ่ายให้ท่าน เทียบไม่ได้กับผลกำไรที่ท่านสร้างให้บริษัท แต่หลายๆ ท่านก็ยังเลือกที่จะอยู่ในระบบ เพราะการก้าวออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน นอกจากต้องอาศัยความกล้าแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงเข้าไปด้วย

หลายๆ ท่านที่ก้าวออกมา แล้วก็ต้องกลับเข้าไป...

ในช่วงนี้หุ้นค่อนข้างเป็นขาขึ้น ท่านที่เป็นทั้งมนุษย์เงินเดือนและนักลงทุน อาจมีความมั่นใจในการซื้้อขายของตนเองในระดับหนึ่ง หลายท่านอาจมีความคิดที่อยากเป็นอิสระจากงานประจำ แต่อยากให้การ์ตูนตอนนี้เป็นอีกมุมมองหนึ่ง ให้ท่านพิจารณาให้รอบคอบก่อนจะออกมาเทรดเต็มเวลา เพราะว่าหุ้นไม่ได้เป็นขาขึ้นตลอด ถ้ายังไม่เก่งจริงและพอร์ตยังไม่ใหญ่จริง การเล่นหุ้นแบบ Full time ก็แทบไม่ต่างอะไรจากงาน office เพราะต้องเฝ้าจอตลอดในช่วง 9.30-17.00 น. แถมอาจมีความเครียดสูงกว่าการทำงานกินเงินเดือนมาก เนื่องจากทุกการตัดสินใจเป็นเงินของเราเอง ความสุขจากอิสระแลกกับความเครียดความกดดันทุกๆ วันจะยังคุ้มหรือเปล่า รวมถึงการจัดสรรเงินลงทุน หากพอร์ตเรายังไม่ใหญ่ การเทรดเพื่อดำรงชีพบีบให้เราต้องซื้อๆ ขายๆ ถี่เกินไป อาจทำให้กำไรที่ได้หมดไปกับค่า commission ก็ได้นะคะ

แต่สำหรับท่านทีประสบความสำเร็จในการก้าวออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน ท่านจงภูมิใจว่าท่านได้ก้าวไปอยู่ในจุดที่นักลงทุนมือสมัครเล่นหลายๆ คนใฝ่ฝัน สุดยอดไปเลยค่ะ :-)

ขอบคุณเจ้าของ blog enjoy-trading.blogspot.com สำหรับแรงบันดาลใจในการ์ตูนตอนนี้นะคะ








วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เสื้อ maoinvestor 2012 เปิดให้สั่งจองแล้วจ้า

เสื้อ maoinvestor 2012 เปิดให้สั่งจองแว้ววววว



สนใจสั่งจองได้ที่นี่จ้า (Tab สั่งเสื้อ 2012 ด้านบนก็ได้)
http://www.maoinvestor.com/p/2012.html

ขอบคุณมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านที่ให้การอุดหนุนผลงานนะคะ ^^

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Lunchtime

ในกลุ่มของนักลงทุน อาจมีนักลงทุนทีชอบคิดวิเคราะห์คนเดียว แต่ก็มีนักลงทุนจำนวนมากรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และพัฒนาแนวทางการลงทุนของตน สำหรับนักลงทุนที่ทำงานประจำไปด้วย เวลาพักกลางวันจัดเป็นเวลาทองที่เปิดโอกาสให้เราได้ติดตามหุ้น และวิเคราะห์หุ้นกับเพื่อนนักลงทุนด้วยกัน

ซึ่งบรรยากาศของการรับประทานอาหารกลางวันในแต่ละวันจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดหุ้นในช่วงนั้นๆ จากการสังเกตในกลุ่มของพี่เม่าเองเป็นเหมือนการ์ตูนตอนนี้ แล้วกลุ่มของเพื่อนๆ นักลงทุนท่านอื่นเป็นเหมือนกลุ่มพี่เม่าบ้างมั้ยคะ :)



วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีในข่าวร้าย

สำหรับนักลงทุนที่นิยมลงทุนในหุ้นขนาดเล็กมากๆ หรือขนาดใหญ่มากๆ หุ้นเหล่านี้จะมีกฎเกณฑ์การซื้อขายที่ต่างจากหุ้นส่วนมากในตลาดหุ้น

ในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ "หุ้นตัวใหญ่" ไม่มาก ซึ่งนักลงทุนก็ไม่ลำบากอะไรในการทำตามกฎเกณฑ์ที่เป็นอยู่  แต่ถ้าวันหนึ่งหุ้นตัวใหญ่กำลังทำตัว "เล็กลง"
 หรือตัวเล็กทำตัว "ใหญ่ขึ้น" ข้อกำหนดหลายๆ อย่างก็อาจเปลี่ยนแปลงไป นักลงทุนควรทำความเข้าใจถึงกฏเกณฑ์ใหม่ เช่นช่วงราคา และหน่วยการซื้อขายขั้นต่ำ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างไม่ติดขัดนะคะ :-)

เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ถือหุ้นตัวใหญ่ที่กำลังทำตัวเล็กลง...




ข้อมูลอ้างอิง
ช่วงราคา



การเปลี่ยนแปลงหน่วยการซื้อขายขั้นต่ำ 
จากประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การซื้อขายบนกระดานหลัก (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2542



ข้อ 4 ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดมีราคาปิดในแต่ละวันทำการซื้อขายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน ตลาดหลักทรัพย์อาจพิจารณาให้เปลี่ยนหน่วยของหลักทรัพย์ ดังกล่าวเป็น 50 หุ้น หรือ 50 หน่วยลงทุน หรือ 50 สิทธิที่จะซื้อหุ้น แล้วแต่กรณี



ข้อ 5 ตลาดหลักทรัพย์อาจพิจารณาให้เปลี่ยนหน่วยของหลักทรัพย์ตามข้อ 4 เป็นหน่วยตามข้อ 3 ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ราคาปิดของหลักทรัพย์นั้นในแต่ละวันทำการซื้อขายต่ำกว่า 500 บาทเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน หรือ

(2) มีเหตุการณ์อันอาจทำให้ราคาซื้อขายของหลักทรัพย์นั้นต่ำกว่า 500 บาท ในวันแรกที่มีเหตุการณ์ดังกล่าว