หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ใช้เงินทำงาน

หลายท่านที่ก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการลงทุน ด้วยแรงบันดาลใจจากวาทกรรม "ใช้เงินทำงาน" 

แต่ก่อนจะใช้เงินทำงานได้ อย่างแรก เราต้องมีเงินก่อน และเมื่อมีเงินเพียงพอที่จะสามารถใช้ทำงานได้แล้ว ต่อมาก็ต้องจัดหางานที่เหมาะสมให้เงิน ซึ่งหากเราให้เงินทำงานง่ายๆ ความเสี่ยงต่ำๆ เช่นนำเงินไปฝากธนาคาร แม้เงินจะอยู่ในสภาวะปลอดภัย แต่ก็จะได้ผลตอบแทนต่ำ  ถ้าเราให้เงินทำงานที่ยากขึ้น ความเสี่ยงสูงขึ้น ก็มีโอกาสจะได้ผลตอบแทนมากขึ้น แต่เงินก็จะอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย เราควรต้องดูแลเงินที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

การให้เงินทำงาน ฟังดูเหมือนจะเป็นชีวิตในอุดมคติ เพราะเราไม่ต้องเหนื่อยยากทำงานเอง ปล่อยให้เงินทำงานแทน แล้วเราก็เอาเวลาไปทำสิ่งที่เราอยากทำ แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะไปลัลล้าอะโลฮ่าได้ตลอดเวลา เพราะเราต้องคอยกำกับดูแลการทำงานของเงิน ว่าเงินทำงานที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของเราจริงๆ หรือไม่ ประสิทธิภาพการทำงานดีพอไหม อยู่ในสภาวะอันตรายมากน้อยแค่ไหน รวมถึงต้องคอยดูแลให้เงินมีจำนวนมากพอที่จะทำงานให้เราได้ตลอดไป :-)

ขอบคุณแรงบันดาลใจจากชาวสินธรทุกท่าน ในกระทู้ http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I12378944/I12378944.html ค่ะ





วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่...แม้จะศึกษาทฤษฏีมาอย่างดีแล้ว แต่พอลงสนามจริง ในระยะแรกๆ การลงทุนร้อยทั้งร้อยจะไม่เป็นไปตามระบบที่วางไว้ เพราะทั้งความวิตกกังวล ความเครียด ความกดดัน ฯลฯ ล้วนประดังเข้ามาพร้อมกัน เป็นคลื่นรบกวนการตัดสินใจของเราเป็นอย่างมาก

ดังนั้น นอกจากทฤษฏีที่ต้องศึกษาแล้ว ยังต้องฝึกควบคุมจิตใจ ไม่ให้เตลิดไปในตลาดหุ้น ซึ่งการควบคุมจิตใจ นอกจากการฝึกสมาธิแล้ว ยังต้องอาศัยประสบการณ์จริงในการลงทุน ที่จะช่วยหล่อหลอมให้เรานิ่งขึ้น ซึ่งความนิ่งสงบนี้...ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ได้อย่างเยือกเย็นขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว...

เอาล่ะ...เรามาฝึกควบคุมจิตใจไปพร้อมกับเม่ากันเถอะค่ะ :-)  



วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประชุมผู้ถือหุ้น

การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของผู้ถือหุ้นที่ครอบครองหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XM (Excluding Meetings) โดยปกติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะจัดขึ้นปีละครั้งประมาณเดือน มีนาคม - เมษายน (ภายใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีบริษัท)
ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นจะเริ่มขึ้น จะมีหนังสือนัดประชุมและเอกสารวาระการประชุมต่างๆ ส่งไปที่บ้าน ทั้งนี้หากผู้ถือหุ้นไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมประชุมในวันเวลาดังกล่าว (ซึ่งมักเป็นวันทำงาน) ภายในจดหมายจะมีหนังสือมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปแทนได้

การประชุมผู้ถือหุ้น เป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะได้รู้จักเห็นหน้าค่าตาของผู้บริหาร ติดตามผลการดำเนินการที่ผ่านมา และ การลงทุนในอนาคตของบริษัท รวมถึงมีสิทธิ์ออกเสียงในมติที่ประชุมต่างๆ มีโอกาสได้ซักถามข้อสงสัย รวมถึงมีสิทธิ์เสนอวาระการประชุม

ทั้งที่ตามมารยาทของการประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ควรพาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นไปด้วยนะคะ และบางบริษัทจะมีของที่ระลึกมอบให้ผู้เข้าร่วมประชุม หรืออาจมีการเลี้ยงอาหาร ซึ่งงบของการจัดงานประชุม ของที่ระลึก และงานเลี้ยงเหล่านี้ ก็ล้วนมาจากกำไรของบริษัทของเราทั้งนั้นแหละค่ะ ^_^

การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสตรวจสอบและร่วมบริหารกิจการของตน เป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรละเลยนะคะ



วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎีเกม

ถ้าลองมองตลาดหุ้นเป็นเกมเกมหนึ่ง เกมนี้มีผู้เล่นหลายฝ่าย ทั้งบริษัท นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนรายใหญ่ โบรคเกอร์ กองทุน ต่างชาติ ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นแต่ละฝ่ายก็ล้วนอยากเป็นผู้ชนะในเกมที่ชื่อว่า "ตลาดหลักทรัพย์" เกมนี้

การวางกลยุทธต่างๆ เช่น การสร้างความน่าเชื่อ การออกข่าวลวง การปกปิด การโจมตี ฯลฯ ก็ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้เล่นแต่ละฝ่าย เรามักจะพบเห็นกรณีผู้เล่นหน้าใหม่ ที่ยังไม่ชำนาญกติกาการลงทุน(และวิธีเอาตัวรอดในตลาดทุน)  มักโดนผู้เล่นมือเก๋ารับน้องจนสูญเสียกำลังใจกันไป  ดังนั้นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่เราไม่ควรโดดเข้าไปเล่นเกมนี้โดยปราศจากการวางกลยุทธที่ดีพอ เพราะจะทำให้เราเป็นผู้แพ้ได้โดยไม่ได้ตั้งตัว

ลองศึกษาการวางกลยุทธจากทฤษฎีเกมดูมั้ยคะ อาจจะเปลี่ยนชีวิตการลงทุนให้เราไม่ต้องเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟอีกก็ได้นะ :)




วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลประโยชน์ร่วม

ในโลกของตลาดทุน ซึ่งมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มลงทุน อาจจะยังอยู่ในมุมมองโลกสวย  เช่น
"ฝากมาร์เล่น เดี๋ยวมาร์ก็ทำกำไรให้"
"เล่นหุ้นตามเพื่อน เพื่อนรักและหวังดีต่อเรา"
"เล่นหุ้นตามเซียน เพราะเซียนเก่งอยู่แล้ว"
ฯลฯ
ซึ่งการลงทุนโดยการหวังพึ่งคนอื่นเช่นนี้ ในระยะยาวแล้วยากที่จะประสบความสำเร็จได้

เนื่องจากความโหดร้ายที่แท้จริงของตลาดทุน คือแรงผลักดันจากพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ซึ่งก็คือ "ความโลภและความกลัว" นั่นเอง ผู้มีบทบาทในตลาดทุนแต่ละคน อาจมีความเกี่ยวข้องต่อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งทั้งทางตรงและทางอ้อม การแนะนำซื้อหรือแนะนำขายอาจมีผลประโยชน์แอบแฝง การเข้าซื้อหรือขายหุ้นโดยอ้างอิงคำแนะนำของผู้อื่นโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อาจทำให้เจ๊งโดยไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ 

แล้วนักลงทุนอย่างเราจะเชื่อใครได้...??
คำตอบในอุดมคติก็คือ เชื่อตัวเอง

แต่ถ้าเป็นแมลงเม่าควรจะเชื่อตัวเองหรือไม่....ยังคงเป็นปริศนาธรรมที่ต้องค้นหาคำตอบต่อไป ><''