หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่...แม้จะศึกษาทฤษฏีมาอย่างดีแล้ว แต่พอลงสนามจริง ในระยะแรกๆ การลงทุนร้อยทั้งร้อยจะไม่เป็นไปตามระบบที่วางไว้ เพราะทั้งความวิตกกังวล ความเครียด ความกดดัน ฯลฯ ล้วนประดังเข้ามาพร้อมกัน เป็นคลื่นรบกวนการตัดสินใจของเราเป็นอย่างมาก

ดังนั้น นอกจากทฤษฏีที่ต้องศึกษาแล้ว ยังต้องฝึกควบคุมจิตใจ ไม่ให้เตลิดไปในตลาดหุ้น ซึ่งการควบคุมจิตใจ นอกจากการฝึกสมาธิแล้ว ยังต้องอาศัยประสบการณ์จริงในการลงทุน ที่จะช่วยหล่อหลอมให้เรานิ่งขึ้น ซึ่งความนิ่งสงบนี้...ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ได้อย่างเยือกเย็นขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว...

เอาล่ะ...เรามาฝึกควบคุมจิตใจไปพร้อมกับเม่ากันเถอะค่ะ :-)  



วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประชุมผู้ถือหุ้น

การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของผู้ถือหุ้นที่ครอบครองหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XM (Excluding Meetings) โดยปกติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะจัดขึ้นปีละครั้งประมาณเดือน มีนาคม - เมษายน (ภายใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีบริษัท)
ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นจะเริ่มขึ้น จะมีหนังสือนัดประชุมและเอกสารวาระการประชุมต่างๆ ส่งไปที่บ้าน ทั้งนี้หากผู้ถือหุ้นไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมประชุมในวันเวลาดังกล่าว (ซึ่งมักเป็นวันทำงาน) ภายในจดหมายจะมีหนังสือมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปแทนได้

การประชุมผู้ถือหุ้น เป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะได้รู้จักเห็นหน้าค่าตาของผู้บริหาร ติดตามผลการดำเนินการที่ผ่านมา และ การลงทุนในอนาคตของบริษัท รวมถึงมีสิทธิ์ออกเสียงในมติที่ประชุมต่างๆ มีโอกาสได้ซักถามข้อสงสัย รวมถึงมีสิทธิ์เสนอวาระการประชุม

ทั้งที่ตามมารยาทของการประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ควรพาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นไปด้วยนะคะ และบางบริษัทจะมีของที่ระลึกมอบให้ผู้เข้าร่วมประชุม หรืออาจมีการเลี้ยงอาหาร ซึ่งงบของการจัดงานประชุม ของที่ระลึก และงานเลี้ยงเหล่านี้ ก็ล้วนมาจากกำไรของบริษัทของเราทั้งนั้นแหละค่ะ ^_^

การประชุมผู้ถือหุ้นเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสตรวจสอบและร่วมบริหารกิจการของตน เป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรละเลยนะคะ



วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎีเกม

ถ้าลองมองตลาดหุ้นเป็นเกมเกมหนึ่ง เกมนี้มีผู้เล่นหลายฝ่าย ทั้งบริษัท นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนรายใหญ่ โบรคเกอร์ กองทุน ต่างชาติ ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นแต่ละฝ่ายก็ล้วนอยากเป็นผู้ชนะในเกมที่ชื่อว่า "ตลาดหลักทรัพย์" เกมนี้

การวางกลยุทธต่างๆ เช่น การสร้างความน่าเชื่อ การออกข่าวลวง การปกปิด การโจมตี ฯลฯ ก็ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้เล่นแต่ละฝ่าย เรามักจะพบเห็นกรณีผู้เล่นหน้าใหม่ ที่ยังไม่ชำนาญกติกาการลงทุน(และวิธีเอาตัวรอดในตลาดทุน)  มักโดนผู้เล่นมือเก๋ารับน้องจนสูญเสียกำลังใจกันไป  ดังนั้นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่เราไม่ควรโดดเข้าไปเล่นเกมนี้โดยปราศจากการวางกลยุทธที่ดีพอ เพราะจะทำให้เราเป็นผู้แพ้ได้โดยไม่ได้ตั้งตัว

ลองศึกษาการวางกลยุทธจากทฤษฎีเกมดูมั้ยคะ อาจจะเปลี่ยนชีวิตการลงทุนให้เราไม่ต้องเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟอีกก็ได้นะ :)




วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลประโยชน์ร่วม

ในโลกของตลาดทุน ซึ่งมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มลงทุน อาจจะยังอยู่ในมุมมองโลกสวย  เช่น
"ฝากมาร์เล่น เดี๋ยวมาร์ก็ทำกำไรให้"
"เล่นหุ้นตามเพื่อน เพื่อนรักและหวังดีต่อเรา"
"เล่นหุ้นตามเซียน เพราะเซียนเก่งอยู่แล้ว"
ฯลฯ
ซึ่งการลงทุนโดยการหวังพึ่งคนอื่นเช่นนี้ ในระยะยาวแล้วยากที่จะประสบความสำเร็จได้

เนื่องจากความโหดร้ายที่แท้จริงของตลาดทุน คือแรงผลักดันจากพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ซึ่งก็คือ "ความโลภและความกลัว" นั่นเอง ผู้มีบทบาทในตลาดทุนแต่ละคน อาจมีความเกี่ยวข้องต่อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งทั้งทางตรงและทางอ้อม การแนะนำซื้อหรือแนะนำขายอาจมีผลประโยชน์แอบแฝง การเข้าซื้อหรือขายหุ้นโดยอ้างอิงคำแนะนำของผู้อื่นโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อาจทำให้เจ๊งโดยไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ 

แล้วนักลงทุนอย่างเราจะเชื่อใครได้...??
คำตอบในอุดมคติก็คือ เชื่อตัวเอง

แต่ถ้าเป็นแมลงเม่าควรจะเชื่อตัวเองหรือไม่....ยังคงเป็นปริศนาธรรมที่ต้องค้นหาคำตอบต่อไป ><''






วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเหมือนที่แตกต่าง

ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงหนักๆ นักลงทุนบางท่านที่มีหุ้นอยู่ในมืออาจตื่นตระหนกและรู้สึกไม่อยากดูจอหุ้น ในขณะที่นักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่ง กล้าที่จะมองทะลุวิกฤตินั้น เห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เข้าช้อนซื้อหุ้น และทำกำไรได้มหาศาลในช่วงที่วิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งเราจะเห็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันหลายๆ ท่าน มักจะเป็นผู้กล้าท้าความตายเข้าซื้อหุ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจหนักๆ

นักลงทุนหน้าใหม่ที่ศึกษาอัตชีวประวัติของนักลงทุนรุ่นพี่ในดวงใจก็มักจะได้รับซึมซับคำสอน "ในวิกฤติมีโอกาส" จนจำขึ้นใจ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ :-)