หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2555 จ้า

ก่อนจะออกไปเล่นน้ำ อย่าลืม....

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

เม่ากับ 1200 จุด

สัปดาห์ที่ผ่านมา (21 มีค 55) ดัชนีหุ้นไทยทำสถิติใหม่ในรอบเกือบ 16 ปี โดยปิดที่ 1207.67 จุด

แน่นอนว่าเหล่าบรรดานักลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ต่างดีอกดีใจกันกับดัชนีที่พุ่งกระฉูดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน จากข่าวและบทวิเคราะห์สังเกตได้ว่าก่อนดัชนีจะ 1200 จุด จะมีข่าวร้ายต่างๆ ออกมาอย่างหนาหูมาก เจอใครต่อใครก็ต่างเตือนว่า ให้เคลียร์พอร์ต เก็บเงินสดไว้ เพราะตอนนี้หุ้นขึ้นมามากแล้ว ทั้งปัญหายุโรป ปัญหาสหรัฐ ปัญหาตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาข้าวยากหมากแพงในไทย อีกไม่นานจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกแน่นอน แต่พอหลังจากหุ้นทะลุ 1200 จุด วิกฤติอันเลวร้ายต่างๆ ดูจะคลี่คลายได้ขึ้นมาทันที รวมถึงมีข่าวดีที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงเกิดเซอร์ไพรซ์ในใจเล็กๆ

หรือว่าจริงๆ แล้ว เหตุการณ์ทั้งดีร้ายก็เกิดขึ้นอย่างปะปนกันไป ขึ้นอยู่กับในตอนนั้นเราจะให้น้ำหนักกับเรื่องใดมากกว่ากัน (เหมือนหลังหวยออก ตีเลขได้ทุกทีว่ามาจากไหน) แต่ที่น่าเซอไพรซ์กว่านั้นคือ...ไม่ว่าดัชนีจะสูงหรือต่ำแค่ไหน นักลงทุนหน้าใหม่ก็ยังคงสร้างวีรกรรมเดิมๆ ได้เสมอ ><''




วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

ความผิดพลาดของอัศวิน



นักลงทุนทุกท่านเมื่อเริ่มก้าวเข้ามาสู่ตลาดทุนครั้งแรก ก็ล้วนเหมือนเด็กทารกหัดเดิน นักลงทุนที่มีพื้นฐานทางด้านการเงินมาบ้าง อาจจะก้าวเดินได้ไวกว่าเพื่อนๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเดินได้คล่อง เด็กทุกคนต้องเคยหกล้มมาก่อน ในโลกแห่งการลงทุนเองก็เช่นกัน นักลงทุนทุกคนก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ก็คงต้องเคยผิดพลาดมาก่อนเช่นกัน

เพราะการจะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น แค่ความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอ การบริหารจัดการความโลภ และความกลัวของนักลงทุนเองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ผู้มีชื่อเสียงส่วนใหญ่มักจะนำเสนอแต่ในแง่มุมแห่งความสำเร็จ เพื่อจุดประกายให้นักลงทุนหน้าใหม่มีแรงบันดาลใจ อยากจะก้าวไปยืนในจุดนั้นบ้าง แต่ทุกคนก่อนจะประสบความสำเร็จ เชื่อว่าล้วนเคยผิดพลาดมาก่อนแล้วทั้งนั้น แต่เพราะความไม่ท้อถอย พวกเขาจึงประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ดังนั้นพวกเราก็จงอย่ามองแค่ความสำเร็จของผู้อื่นเพียงด้านเดียว  แต่ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นด้วย แล้วนำมาปรับใช้เป็นข้อเตือนใจ เพื่อทำให้ตนเองประสบความสำเร็จได้โดยเร็วขึ้นนะจ๊ะ




และขอเรียนเชิญเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แกงค์เม่า มาร่วมฟังการแชร์ประสบการณ์การลงทุนจากคุณนคร และพี่เม่าได้ในวันพฤหัสนี้ ที่ ม.ศรีปทุมนะจ๊ะ รับคนนอกด้วยนะคะ สำหรับนักลงทุนผู้เก่งกาจแล้ว แต่อยากไปร่วมไกด์น้องๆ นักศึกษา ก็เรียนเชิญได้เช่นกันนะจ๊ะ ฮ่าๆ  :P


วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เครดิตภาษี

เดือนมกราถึงเดือนมีนาคม เป็นช่วงยื่นภาษีรายได้บุคคลธรรมดา (ได้ตระหนักว่าตนเองเป็นบุคคลธรรมดากันก็ตอนต้องยื่นภาษีนี่แหละ ><')

สำหรับท่านที่มีรายได้ประจำนอกเหนือจากหุ้นก็ต้องยื่น ภงด.90 หรือ ภงด.91 กันอยู่ทุกปีจนเป็นความเคยชินอยู่แล้ว ยิ่งหาเงินเก่งก็ต้องยิ่งจ่ายภาษีเยอะ แต่รัฐก็ไม่ใจร้ายเกินไปนัก มีวิธีลดหย่อนภาษีให้มากมาย เช่นซื้อกองทุน LTF/RMF ,ดอกเบี้ยบ้าน, บริจาค, ประกันชีวิต ฯลฯ ด้วยวิธีดังกล่าวเราก็จะสามารถขอภาษีที่จ่ายไปคืนได้บางส่วน

แต่สำหรับนักลงทุน มีการขอคืนภาษีจากปันผลหุ้นเพิ่มมาอีกอย่าง ซึ่งการเครดิตภาษีตรงนี้เป็นผลประโยชน์ที่ถูกมองข้ามจากนักลงทุนหลายๆ ท่าน เนื่องจากพอพูดถึงเครดิตภาษีเงินปันผลปุ๊ป จะเกิดจินตนาการที่ว่า ต้องาเสียเวลามากมายไปกับการเตรียมเอกสาร แถมต้องกรอกฟอร์มวุ่นวาย ยากเย็นแสนเข็ญ สลับซับซ้อน แล้วได้คืนกลับมาไม่กี่บาท... ไม่คุ้มหรอก...??

ไม่คุ้มจริงหรอ...?
หากมีโอกาสได้เครดิตเงินคืนถึง 42% ของเงินปันผลเลยล่ะคะ...(ในกรณีที่กิจการนั้นๆ ต้องเสียภาษีนิติบุคคล 30% และนักลงทุนท่านนั้นรายได้รวมไม่ต้องเสียภาษี)

ฟังดู amazing investment มากๆ เหมือนได้ปันผลสองเด้ง พี่เม่าเองก็เพิ่งจะเข้าใจการเครดิตภาษีเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่นั่งทำความเข้าใจอยู่นาน จึงอยากเอามาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง เผื่อจะเป็นไอเดียในการลงทุนอีกแบบหนึ่ง (เหมาะกับชาวดอยเป็นที่สุด) จริงๆ เนื้อหาค่อนข้างแอบเล่ายากนิดนึง แต่ก็พยายามทำให้งงน้อยที่สุด ซึ่งอาจตกหล่นหรือผิดพลาดไปบ้างก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะจ๊ะ ฝากแก้ไข เพิ่มเติมให้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเฮาชาวเม่าด้วยกัน  ^_^







สำหรับท่านที่อ่านจบแล้วอยากเครดิตภาษีคืนใจจะขาด แต่ดันทำใบสีส้มของ TSD ที่ส่งมาให้หายไปซะแล้ว ก็ไม่ต้องรีบกลับไปพลิกบ้านหานะคะ ทาง TSD เค้ามีบริการข้อมูล online ค่ะ http://www.tsd.co.th/th/investorportal/ เข้าไปลงทะเบียนพร้อม scan บัตรประชาชนไป เพียงเท่านี้...ท่านก็จะได้เอกสารครบถ้วนเพื่อเตรียมยื่นเครดิตภาษีคืนดังใจปรารถนา ^_^
ได้คืนเยอะ อย่าลืมเอามาเลี้ยงกันบ้างนะ :P

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คุณคือ VI สไตล์ไหน

สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาด อาจจะเคยได้ยินคำว่า "การลงทุนแนว VI "

การลงทุนแนววีไอ มันคืออะไรกันน้า...แล้วนักลงทุนหน้าใหม่แบบเราจะเป็น VI ได้หรือเปล่า

VI : Value Investment การลงทุนแนวเน้นคุณค่า โดยหลักการทั่วไป เป็นการเข้าซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่าการวิเคราะห์พื้นฐานของกิจการ  อย่างไรก็ตาม การลงทุนแนวนี้มีอีกหลายหลักการแยกย่อยลงไป เช่น Benjamin Graham จะเลือกหุ้นที่มี Margin of Saftey สูง แต่ Warren Buffett จะเลือกหุ้นของบริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม มากกว่าหุ้นถูกๆของบริษัทธรรมดาๆ หรือ ดร.นิเวศน์ จะเลือกหุ้นในกิจการที่ตนเองคุ้นเคย

ความยากของการลงทุนในแนว Value Investment ไม่ใช่แค่การศึกษาปัจจัยพื้นฐาน การแกะงบการเงินต่างๆเท่านั้นแต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนหน้าใหม่ส่วนมากมักถอดใจไปก่อนคือ การต้องอดทนรออนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทั้งในแง่ของการเติบโตของกิจการและราคาหุ้นที่ผันผวนตลอดเวลา นักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังวิเคราะห์ตลาดได้ไม่ดีพอ มักจะคิดว่าการคาดคะเนของตนเองผิดพลาดและหมดกำลังใจในการลงทุน

ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป กิจการที่ดีจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นในที่สุด แต่ตอนนี้บรรดานักลงทุนหน้าใหม่ที่ต่างเทขายเพราะเสียเซ้วไปนั้น ต้องมานึกเสียดายและเสียใจ ก็เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งที่บรรดาแมลงเม่าต้องจดจำไว้ว่า รักจะเป็น VI ต้องอดทน นะจ๊ะ :P